มร.ลป. ร่วมเวที “พลังสู้ชนะจน ครั้งที่ 3 สู่แผนชาติ ฉบับที่ 14” เชื่อมงานวิจัยพื้นที่สู่ข้อเสนอเชิงนโยบายระดับประเทศ
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ผศ.ดร.สุภาวดี ยาดี อาจารย์สังกัดสาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง นักวิจัยทีมแผนกลางโครงการ “การสร้างกลไกความร่วมมือแบบบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ขจัดความยากจนและสร้างโอกาสทางสังคมของจังหวัดลำปาง” พร้อมด้วย พ.อ.สันดุสิต ดีบุกคำ รองประธานมูลนิธิชุมชนลำปาง นางนฤนาถ เครือชัยแก้ว นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่มอก และ น.ส.ขวัญดาว สิทธิเสนา พัฒนาชุมชนชำนาญการ เทศบาลตำบลแม่มอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสะท้อนบทเรียนจากการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่จังหวัดลำปาง ในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “พลังสู้ชนะจน ครั้งที่ 3 … สู่ แผนชาติ ฉบับที่ 14” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–15 กันยายน 2569 ณ ห้อง Grand Hall 2 ชั้น M โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ กรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานพิธีเปิด ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 120 คน
มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ได้รับการจัดสรรทุนอุดหนุนการวิจัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จากสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (รวพ.) โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ ประกอบด้วยการรับฟังสาระของ (ร่าง) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 และข้อเสนอ 5 มิติหลักของแผนขจัดความยากจนและยกระดับฐานะทางสังคมด้วย อววน. การวิเคราะห์สถานการณ์ความยากจนที่เป็นปัจจุบันเพื่อสอบทานช่องว่างและค้นหาทางออกร่วมกัน และการเชื่อมโยง (ร่าง) แผนฯ ฉบับที่ 14 กับข้อเสนอจากการวิจัยและการทำงานเชิงพื้นที่ การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้ จึงนับเป็นโอกาสสำคัญในการนำบทเรียนจากการดำเนินงานวิจัยและการทำงานร่วมกับครัวเรือนยากจน ท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่าย มาร่วมแลกเปลี่ยนกับพื้นที่อื่น ๆ และเชื่อมโยงเข้าสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายระดับประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบข้อมูลที่มีความแม่นยำ การเชื่อมโยงสวัสดิการกับการพัฒนาศักยภาพ การสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เปิดโอกาสให้ครัวเรือนยากจนมีส่วนร่วมในห่วงโซ่คุณค่า และการสร้างกลไกความร่วมมือในพื้นที่ ที่สามารถเชื่อมโยงการทำงานของมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และประชาชนเข้าด้วยกัน
ทั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) เป็นวิทยากรบรรยาย เรื่อง “บทบาทสถาบันวิชาการ ในการยกระดับสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม สำหรับกลุ่มเป้าหมายคนยากจนและผู้ด้อยโอกาส” กล่าวถึงจุดมุ่งหมายในการระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อค้นหาข้อสรุปและมาตรการที่มีความเป็นรูปธรรม สามารถนำไปเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 โดยใช้ข้อมูลและองค์ความรู้จากงานวิจัยด้านการแก้ไขปัญหาความยากจนที่ บพท. ร่วมกับคณาจารย์ นักวิจัย และสถาบันวิชาการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 เป็นฐานสำคัญในการออกแบบข้อเสนอเชิงนโยบาย สาระสำคัญที่ได้รับจากเวทีดังกล่าวยังเน้นแนวคิด “การยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม (Social Upward Mobility)” โดยเป้าหมายของการแก้จนไม่หยุดอยู่ที่การเพิ่มรายได้ในระยะสั้น แต่ต้องทำให้ครัวเรือนสามารถสะสมทุน พัฒนาทักษะ มีอาชีพที่มั่นคง เข้าถึงทรัพยากรและโอกาสทางเศรษฐกิจ มีความมั่นคงทางสังคมและสามารถยกระดับสถานะของตนเองและครอบครัวได้ในระยะยาว นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับ 5 เสาหลักของทิศทางการพัฒนาประเทศ ได้แก่ 1) การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจ 2) การปฏิรูปภาครัฐ 3) การยกระดับทุนมนุษย์ 4) การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และ 5) การถ่ายทอดและลงทุนในงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อวิเคราะห์ช่องว่าง เสนอแนวทาง และเชื่อมโยงบทเรียนจากการทำงานในพื้นที่เข้ากับทิศทางของ (ร่าง) แผนฯ ฉบับที่ 14
สำหรับประเด็นที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำงานแก้จนในระดับพื้นที่ เวทีได้ให้ความสำคัญกับการบูรณาการกลไกความร่วมมือข้ามภาคส่วน การใช้ข้อมูลระดับพื้นที่ และการออกแบบชุดมาตรการที่สอดคล้องกับบริบทและความแตกต่างของแต่ละจังหวัด โดยมุ่งให้จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ สามารถทำงานร่วมกัน ขณะเดียวกัน บทเรียนจากการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดองค์ความรู้และเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาความยากจน ทั้งโมเดลแก้จน ตลาดแก้จน กองทุนแก้จน กลไกระดับอำเภอและท้องถิ่น การส่งต่อความช่วยเหลือครัวเรือนยากจน การบริหารจัดการทางการเงิน (Financial Literacy) การจัดการภัยพิบัติ ระบบการจัดการร่วมกับกลไกในพื้นที่ หลักสูตรและระบบการโค้ช และหลักสูตรพัฒนานักบริหารจัดการการพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area Development Manager: ADM) ซึ่งสามารถนำไปสังเคราะห์และพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายจากฐานหลักฐานและบทเรียนจริงในพื้นที่
สำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางเข้าร่วมเวทีในครั้งนี้ จึงนับเป็นโอกาสสำคัญในการนำบทเรียนจากการดำเนินงานวิจัยและการทำงานร่วมกับครัวเรือนยากจน ท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่าย มาร่วมแลกเปลี่ยนกับพื้นที่อื่น และเชื่อมโยงเข้าสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายระดับประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบข้อมูลที่มีความแม่นยำ การเชื่อมโยงสวัสดิการกับการพัฒนาศักยภาพ การสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เปิดโอกาสให้ครัวเรือนยากจนมีส่วนร่วมในห่วงโซ่คุณค่า และการสร้างกลไกความร่วมมือในพื้นที่ ที่สามารถเชื่อมโยงการทำงานของมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และประชาชนเข้าด้วยกัน ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญของการสัมมนาสอดคล้องกับทิศทางการทำงาน ของมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจนในระดับพื้นที่ ซึ่งมุ่งใช้งานวิจัย ข้อมูล องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนกลไกความร่วมมือของภาคีเครือข่าย เป็นฐานในการออกแบบแนวทางช่วยเหลือและพัฒนาครัวเรือนยากจนให้เหมาะสมกับศักยภาพและบริบทของแต่ละครัวเรือน โดยมุ่งเปลี่ยนจากการช่วยเหลือเฉพาะหน้าไปสู่การพัฒนาศักยภาพและการสร้างโอกาสให้ครัวเรือนสามารถก้าวพ้นความยากจนได้อย่างยั่งยืนต่อไป





















